ได้ยินเสียงมากมายจากเหตุการณ์ 23 มิชชันนารีของเกาหลีถูกจับเป็นตัวประกัน ขณะที่พวกเขาไปช่วยเหลือผู้คนและเด็กๆ คนยากจน ในดินแดนแห่งความมืด ประเทศอัฟกานิสถาน มีทั้งเสียงคนไม่รู้จักพระเจ้า เสียงพี่น้องคริสเตียน และเสียงคนในประเทศเกาหลีเอง ที่วิจารณ์และให้กำลังใจ
เสียงคนไม่รู้จักความรักของพระเยซู : 23 คนนี้เป็นพวกคลั่งศาสนา, พวกโง่งมงาย, ตอนจะไป ไม่กลัวตาย ทำไมตอนโดนจับร้องอยากจะกลับบ้าน?
เสียงของคนร่วมประเทศบางกลุ่ม : พวกนี้ดื้อรั้น ทำให้เราต้องอธิษฐานจนเหนื่อย เราอธิษฐานเพื่อให้เขากลับมาคุกเข่าขอโทษเราว่าทำผิดไปแล้ว!
เสียงของคนนับถือศาสนาที่ไหว้รูปปั้น : พวกนี้บ้าบิ่น คิดแต่จะไปเปลี่ยนคนมุสลิมให้เปลี่ยนศาสนาเหมือนที่ตัวเองโดนฝรั่งล้างสมอง
เสียงของ จอร์จ บุช และอเมริกา : เราจะไม่มีวันยอมแลกตัวประกันเพื่ออ่อนข้อให้กับตาลีบัน พวกนี้จะเรียกร้องไม่มีวันสิ้นสุด (เลยตายไป 2)
เสียงของพี่น้องคริสเตียน : พวกเขาเป็นตัวอย่างที่ดีในการเสียสละ โปรดอธิษฐานให้พระเจ้าเสริมกำลังเพื่อความเข้มแข็งทางจิตใจ
เสียงของคนที่อยู่ตรงนี้ : พวกคุณเป็นผู้ที่ได้สำแดงความรักของพระองค์ ในที่ขาดความรัก เราขอให้กำลังใจคุณและมีชีวิตรอดกลับบ้านโดยปลอดภัย

ภาพแห่งรอยยิ้มของพวกเขาก่อนที่จะเดินทาง
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย หากคนเราจะหวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่พบเจอ ไม่ใช่ทุกคนที่ตายแทนพระองค์ได้โดยไม่กลัว ศิษยาภิบาลจีนท่านหนึ่งเคยกล่าวว่า "การที่ใครซักคนจะตายแทนพระเยซูได้ แม้วินาทีสุดท้าย เขาก็ยังต้องพึ่งกำลังจากพระองค์ ไม่ใช่พวกเขาจะทำได้เอง" (เลิกทำบาปต่างๆ ได้ ก็ไม่ใช่เพราะความสามารถในการห้ามใจตัวเองที่เรามีอยู่เหมือนกัน แต่เป็นฤทธิ์เดชจากพระเจ้าต่างหาก) แม้พวกเขาโดนทรมานจนทนไม่ไหว อยากจะกลับบ้าน แต่รู้ไว้เถอะ ว่าพวกเขาเป็นฮีโร่ และเป็นคนที่เกิดผล (ที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้) เพราะอย่างน้อย ตอนจะไป ก็ไม่เสียดายชีวิตของตัวเอง ที่จะไปในที่ที่ไม่มีใครอยากจะไป ถ้าทุกคนคิดแต่ว่าไม่ควรไป ผู้คนในดินแดนที่ขาดความรัก ไม่รู้จักพระเยซู คนบาปจะเกิดความเชื่อและรอดอย่างไรได้? และถ้าพระเยซูใช้เราไป เราจะไม่ไปหรือ?
พระเยซูกล่าวว่า "พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วย(ความตาย)นี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด" ขนาดพระเยซูเอง ก็ยังอยากจะรอดพ้นไปจนเหงื่อแตกเป็นเลือด นับประสาอะไรกับมนุษย์ล่ะ เปโตรที่เคยปฎิเสธพระเยซู พระองค์ก็อภัยและเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ ... อย่างไรก็ดี พวกเขาเลือกเอาน้ำพระทัยพระเจ้าตามอย่างพระเยซูผู้เป็นแบบอย่างที่ดี
ก่อนที่ผู้ตายจะเดินทางไป เขาบอกครอบครัวของเขาว่าถ้าไปแล้วถูกยิงตาย ให้บริจาคอวัยวะให้กับโรงพยาบาล คุณคิดว่าเขาบ้าหรอทั้งที่รู้ว่าจะไปแล้วตาย ไม่ใช่หรอก เขารู้ว่าพระเจ้าใช้เขาไปทำภารกิจสุดท้ายก่อนที่จะไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ต่างหาก ... เคยจับมืออธิษฐานกับวัยรุ่นเกาหลี เมื่อตอนขึ้นภูเขาอธิษฐาน พอเขาบอกให้อธิษฐาน นึกว่าจับมือกับนักรบ เพราะเด็กเกาหลีทุกคนอธิษฐานเสียงดัง และมีพลังมาก ทั้งที่เด็กผู้หญิงดูเรียบร้อย และโบสถ์เขาก็อยู่ในกฎระเบียบมาก อันเนื่องจากประเทศของเขารักพระเจ้าสุดใจ อธิษฐานนานมากจนเราไม่รู้จะอธิษฐานอะไรแล้ว เลยอธิษฐานภาษาแปลกๆ ผ่านไปก็เริ่มหมดมุข แผ่วลง แต่คนเกาหลียังคงเดิม เหมือนตอนเริ่ม แบบแทบไม่หยุดหายใจ ถ้าไม่มีเสียงระฆัง เขาก็ไม่หยุด ... เขาอธิษฐานกันจริงจังขนาดนี้ แสดงว่าเขาสนิทกับพระเจ้ามาก ได้ยินเสียงพระเจ้าเสมอ ได้รู้ว่าพระเจ้าให้เขาทำอะไร และจะเกิดอะไรขึ้น ... ดังนั้น เขาเต็มใจเพื่อพระเจ้า
เราเชื่อว่า คำพูดสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต เขาคงจะอธิษฐานเผื่อกบฎตาลีบันเหมือนพระเยซู
"โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร"
การทำตามพระทัยพระเจ้าครั้งสุดท้ายแต่ต้องเสียชีวิต ดีกว่าทำแต่สิ่งที่สนองความต้องการตัวเองทั้งชีวิต
เพราะชีวิตคริสเตียนคือการอยู่เพื่อคนอื่น และเสียแรงเปล่าที่จะทำงานให้กับสิ่งที่ไม่เป็นนิรันดร์
"แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อค้าที่ไปหาไข่มุกอย่างดี และเมื่อได้พบไข่มุกเม็ดหนึ่งมีค่ามาก
ก็ไปขายสิ่งสารพัดซึ่งเขามีอยู่ ไปซื้อไข่มุกนั้น" [Mat 13:45]
"ผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิต
เพราะเห็นแก่เรา และข่าวประเสริฐ ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด" [Mark 8:35]
ข้อมูลเพิ่มเติม : จากเหตุการณ์เมื่อเดือนที่แล้ว ที่กลุ่มตาลีบันบุกลักพาตัวมิชชันนารีเกาหลี 23 คน ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่บนรถทัวร์ เพื่อที่จะต่อรองกับรัฐบาลให้ปล่อยกบฎตาลีบันเป็นการแลกเปลี่ยน เราสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้
- July 19th : มิชชันนารี 23 คนถูกทหารตาลีบันจับตัวไป
- July 25th : Bae Hyung-kyu ศิษยาภิบาลอนุชน ถูกยิงตาย
- July 30th : Shim Sung-min ถูกฆ่าและโยนศพไว้ข้างถนน
- Aug 12th : ข่าวลือว่า 2 มิชชันนารีที่ป่วยหนักได้รับการปล่อยตัว แต่ตาลีบันกลับคำ
- มิชชันนารีส่วนใหญ่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษและหมอ เข้าไปในอัฟกันเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และส่งเสริมความรู้ให้แก่ เด็กๆ
- โดยเฉลี่ยแล้ว คริสเตียนเกาหลีจะไปโบสถ์ 8 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะนี้พวกเขาไปร่วมกันมากยิ่งขึ้น เพื่อชีวิตตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว
ต้องขอขอบคุณเจ้าของ เวป http://popsyz.spaces.live.com/blog/cns!1C10152FC1BD29D3!1385.entry